จะให้ใครใช้บัตรเราก็ควรดูให้ดีก่อนเสมอ

เพราะหากว่าบัตรเราถูกรูดใช้จ่ายไปแล้ว ก็จะต้องมีการชำระคืนควบคู่มาเสมอ ดังนั้นหากว่ามีคนในครอบครัวนำบัตรเครดิตของเราไปใช้ เราก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบยอดการใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม เพราะตามหลักแล้วเจ้าของบัตรจะตกเป็นลูกหนี้เสมอ ไม่ใช่คนในครอบครัวที่นำไปใช้งาน เช่นนั้นแล้วเราควรเก็บบัตรให้ดีและหากจะให้คนในครอบครัวใช้บัตรเครดิตของเรา เราก็ควรที่จะรับรู้เสมอเพื่อที่จะได้รับรู้ยอดใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและวางแผนจัดการกับยอดใช้จ่ายนี้ได้

ไม่ควรบอกหมายเลขบัตรเครดิตของเราให้แก่บุคคลอื่น

ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม เพราะวิธีที่มิจฉาชีพจะทำให้เราเดือดร้อนได้นั้น ก็มักจะเริ่มมาจากการที่รู้หมายเลขบัตรเครดิตของเราตามที่กล่าวไว้ในตอนต้นนั่นเอง ดังนั้นห้ามให้ข้อมูลบัตรเครดิตแก่บุคคลอื่นอย่างเด็ดขาดเลยนะครับ

เช็กสลิปก่อนการเซ็นชื่อทุกครั้ง

ก่อนเซ็นชื่อในสลิปทุกครั้ง เราก็ควรที่จะตรวจสอบรายละเอียดของตัวเลขจำนวนเงินว่าตรงกับที่เราต้องการจ่ายหรือไม่ หากมีจำนวนเงินที่ผิดออกไปให้รีบสอบถามทางพ่อค้าแม่ค้าหรือพนักงานของร้านทันที และเราก็ควรจะเก็บสลิปไว้เป็นหลักฐานเพื่อไว้ใช้ตรวจสอบในภายหลังว่าตรงกับยอดค่าใช้จ่ายในใบแจ้งบัญชีบัตรเครดิตประจำเดือนหรือไม่ หากไม่ตรงกันก็ให้เรารีบติดต่อทางสถาบันการเงินเจ้าของบัตรให้เร็วที่สุดเพื่อหาทางแก้ไข

ไม่ปล่อยให้คลาดสายตาเมื่อต้องใช้บัตรเครดิตรูดชำระค่าสินค้า

อย่างที่กล่าวไว้ในตอนแรกว่า มิจฉาชีพมักจะขโมยข้อมูลของบัตรเราเพื่อนำไปใช้ การที่เราปล่อยให้บัตรเครดิตของเราคลาดสายตาก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้กับมิจฉาชีพนั่นเอง ดังนั้นเราควรจะใส่ใจคอยติดตามดูขณะที่พ่อค้าแม่ค้าหรือพนักงานของร้าน นำบัตรของเราไปรูดชำระค่าสินค้าว่ามีความผิดปกติหรือไม่ หากพบเห็นว่ามีอาการผิดปกติให้รีบทักท้วงทันที

เก็บรักษาบัตรเครดิตของเราให้ดีที่สุด

เป็นข้อควรทำที่ง่ายมากๆ โดยเราควรหาที่จัดเก็บบัตรเครดิตของเราไว้ให้ปลอดภัย และไม่ลืมที่จะตรวจเช็กอยู่เรื่อยๆ ว่าบัตรเครดิตยังอยู่กับเราหรือไม่ หากว่าบัตรเครดิตของเราหายไปให้เรารีบโทรแจ้งทางสถาบันการเงินเจ้าของบัตรให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะทำการอายัดบัตรเครดิตให้กับเรา